จิตวิทยาการเทรด: วิธีรับมือกับความโลภ (Greed) และความกลัว (Fear)

เทรดยังไงก็เสีย เทรดแล้วไม่ได้กำไรสักที เพราะไม่เข้าใจจิตวิทยาการเทรด เมื่อไหร่ที่จัดการความโลภกับความกลัวได้ ผลลัพธ์การเทรดของคุณจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง 

Highlight

  • จิตวิทยาการเทรด คือสิ่งที่บ่งบอกได้ชัดเลยว่าคุณจะประสบความสำเร็จในการเทรดหรือว่าล้มเหลว คนที่เรียนรู้เรื่องนี้ได้ก่อนย่อมได้เปรียบกว่าคนที่ไม่รู้
  • ความโลภและความกลัว เป็นกับดักของเทรดเดอร์ทุกคนที่ต้องรับมือให้ดี พยายามไม่ให้มันเกิดขึ้นขณะที่คุณกำลังเทรด
  • สัญญาณที่บ่งบอกว่าไม่มีจิตวิทยาในการเทรด ได้แก่ เทรดตามอารมณ์, เทรดมากเกิดไป, เสียแล้วอยากแก้แค้น และไม่กล้ายอมรับความพ่ายแพ้
  • การจะเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จได้ คุณต้องรู้จักตัวเอง, มีเป้าหมายที่ชัดเจน, มีวินัย, รู้จักควบคุมอารมณ์ และรู้จักเรียนรู้จักความผิดพลาดที่ผ่านมา

เทรดเดอร์หลายคนมักจะบ่นว่าตัวเองเทรดแล้วเสีย ไม่ให้เห็นได้กำไรเหมือนคนอื่นบ้างเลย โดยที่ไม่ได้สนใจวิธีการเทรดของตัวเองเลยว่าเทรดยังไง บางคนหัวร้อนง่าย บางคนแพ้แล้วอยากเอาคืน ไม่รู้จักจัดการอารมณ์ของตัวเอง ถ้าใครเทรดแบบนี้อยู่ล่ะก็ ต่อให้เทรดเป็น 10 ปี ก็ไม่มีวันได้กำไร แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณรู้จักจิตวิทยาการเทรดและรู้จักควบคุมความโลภ ความกลัว เมื่อนั้นแหละที่คุณถึงจะได้กำไรจริงๆ สักที

จิตวิทยาการเทรด คืออะไร?

จิตวิทยาการเทรด คือแนวคิดหรือหลักการที่เราใช้ในการเทรดสินทรัพย์ต่างๆ เป็นเรื่องที่หลายคนมองข้ามเพราะเห็นว่าไม่สำคัญ จะไปเน้นดูเรื่องกลยุทธ์การเทรดแทนเครื่องมือการเทรดแทน แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งนี้สำคัญกับเทรดเดอร์ทุกคน และเป็นสิ่งที่ตัดสินได้อย่างเลยว่าใครจะได้กำไรหรือใครจะเสีย โดยเฉพาะเรื่องความโลภและความกลัว 2 เรื่องนี้แหละเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องจัดการให้ได้

จิตวิทยาการเทรดมีกี่อย่าง?

จิตวิทยาการเทรดที่เราจะพูดถึงกันวันนี้จะเน้นไปที่เรื่องความโลภและความกลัว 2 อย่างนี้คือหัวใจหลักของการเทรดเลยก็ว่าได้ที่ทุกคนต้องรู้จักและรับมือให้ถูกวิธี ถ้าจัดการ 2 ข้อนี้ได้ เชื่อได้เลยว่าผลลัพธ์การเทรดของคุณจะเปลี่ยนไปจากเดิมชนิดจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยแหละ

1. ความโลภ (Greed)

ความโลภเป็นเรื่องปกติของทุกๆ คน ไม่ว่าใครก็ล้วนมีความโลภในใจทั้งนั้นอยู่ที่จะมากจะน้อย และจะจัดการความโลภของตัวเองได้หรือเปล่า และการเทรดที่เริ่มต้นด้วยความโลภ บอกเลยว่าจะทำให้เสี่ยงกับการขาดทุนมากขึ้น อีกอย่างที่น่ากลัวกว่านั้นคือเราไม่รู้ตัวด้วยว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ในความเสี่ยงอยู่ มักจะมีเสียงเหล่านี้ในหัว “เอาอีกหน่อยน่า ขอกำไรอีกสักนิดนึงเถอะ” หรือ “ออกออเดอร์หลายๆ ออเดอร์ดีกว่า จะได้กำไรเร็วๆ”

1.1) สิ่งที่บ่งบอกว่าเรากำลังโลภ

  • ไม่ยอมปิดออดเดอร์สักที คือพอราคาจะถึงจะ Take Profit แล้วก็ขยับไปเรื่อยๆ ไม่ยอมปิดสักที แล้วสุดท้ายราคากลับตัวลง ก็เลยกลายเป็นว่าขาดทุนยับเยินแทน
  • เทรดมากเกินความจำเป็น (Overtrade) เพราะอยากได้กำไรเพิ่ม ทั้งที่ตัวเองก็ไม่พร้อมที่จะเทรด
  • เพิ่ม Lot สูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อจะได้กำไรมากขึ้น เร็วขึ้น โดยไม่คำนึงถึงตอนที่เสียเลยว่าจะเสียเยอะหรือเปล่า?
  • เวลาเสียแล้วรู้สึกอยากแก้แค้น เวลาที่เสียแล้วอยากเอาคืนทันที โดยไม่ได้วางแผนให้รอบคอบก่อน

1.2) วิธีจัดการกับ “ความโลภ” ที่เกิดขึ้นในใจขณะเทรด

  • กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนไปเลยว่าจะเอากำไรเท่าไหร่ 5%  หรือ 10% ของเงินทุนที่เติมเข้าพอร์ต พอได้แล้วก็ต้องหยุดทันที
  • ต้องตั้ง Take Profit และ Stop Loss ทุกครั้ง ตั้งเสร็จแล้วก็ห้ามไปยุ่งเลย ไม่ต้องไปขยับ TP หรือ SL ใหม่อีก
  • ออกออเดอร์ตอนที่มั่นใจที่สุดเท่านั้น ถ้าออเดอร์ไหนไม่มั่นใจก็ไม่ต้องออก และถ้าวันนั้นไม่มีจุดไหนน่าเข้า ก็ไปรอเทรดวันต่อไปแทน
  • ออก Lot ตามแผนเท่านั้น ห้ามออก Lot ตามอำเภอใจเป็นอันขาด ให้ยึดตามแผนอย่างเคร่งครัด
  • อย่าอินกับข่าวเกินไป คือเห็นว่าตอนนี้ข่าวดีน่าจัดหนัก ก็ออกออเดอร์หนักๆ แบบนี้ไม่ควรทำเป็นอันขาด

2. ความกลัว (Fear)

ความกลัว เป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะในตอนที่เรารู้สึกไม่มั่นใจ โดยเฉพาะคนที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อน อย่างคนที่เป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มเทรด ก็จะกลัวไปได้สารพัดอย่าง พอความกลัวเกิดขึ้นปุ๊บ แผนทุกอย่างที่วางเอาไว้ก็เลยพังเป็นโดมิโน่ไปตามๆ กัน

2.1) สิ่งที่บ่งบอกว่าเรากำลังกลัว

  • กลัวว่าจะขาดทุน ไม่กล้าที่ออกออเดอร์ โดยเฉพาะในตอนที่แพ้ติดต่อกันหลายๆ ไม้ อันนี้ยิ่งจะทำให้ความกลัวหนักขึ้นไปอีก 
  • กลัวว่าจะตกรถ คือเห็นว่าตลาดกำลังขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยเริ่มซื้อหนักๆ เพราะกลัวซื้อไม่ทันเค้า กลัวตกรถ โดยไม่คำนึงเลยว่าตลาดจะกลับตัวหรือเปล่า
  • กลัวว่ากำไรที่ได้จะเปลี่ยนเป็นขาดทุน คือไม่กล้าที่จะปล่อยให้กราฟวิ่งไปถึงจุด Take profit แต่เลือกที่จะปิดออเดอร์ก่อน เพราะว่ากลัวว่ากำไรที่ได้จะเปลี่ยนขาดทุนเสียก่อน
  • กลัวว่าตัวเองจะคิดผิด เลยไม่กล้าที่จะออกออเดอร์ ทั้งที่ได้ทำตามแผนหมดทุกอย่างแล้วแต่ก็ยังกลัวอีก ไม่ยอมออกออเดอร์สักที
  • กลัวเสียหน้า เวลาเสียแล้วไม่ยอมรับความจริงว่าตัวเองเสีย พยายามทำทุกวิถีทางให้กลับมาเท่าทุนให้ได้ เลยนั่งเทรดทั้งวันทั้งคืน จนบางทีพอร์ตแตกก็มี

2.2) วิธีจัดการกับ “ความกลัว”

  • ต้องวางแผนล่วงหน้าทุกครั้งก่อนที่จะเทรดในแต่ละวัน จะได้ไม่ต้องสับสนว่าวันนี้เราจะเทรดอะไร จะได้เป็นการตัดความกลัวไปด้วย
  • ฝึกเทรดเยอะๆ เช่น เทรดในบัญชีเดโม่ ยิ่งเรามีประสบการณ์เทรดมากเท่าไหร่ ความกลัวก็ลดน้อยลงเท่านั้น แล้วเราก็จะเก่งขึ้นด้วย
  • เตรียมใจเอาไว้ก่อนเสมอว่าเราก็เสียได้ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติ ไม่มีใครที่เทรดแล้วไม่เคยเสียต่อให้เก่งกาจมาจากไหนก็ตาม สำคัญอยู่ที่เราต้องกล้ายอมรับเวลาที่เราเสีย
  • บันทึกสถิติการเทรด จะได้รู้ว่าเราพัฒนาขึ้นมากน้อยแค่ไหน และจะต้องปรับปรุงอย่างไรต่อไปให้เราเก่งยิ่งขึ้น
  • ตั้งจุด Take Profit และ Stop Loss ทุกครั้งที่เทรด จะได้ไม่ต้องกังวลว่าเราจะปิดออเดอร์ตอนไหนดี 
  • ตัดสินด้วยข้อมูลไม่ใช่อารมณ์ เวลาจะตัดสินใจอะไรให้ดูข้อมูลประกอบทุกครั้ง อย่าใช้แค่อารมณ์ตัวเองเป็นตัวตัดสิน

ลักษณะคนที่ไม่มีจิตวิทยาการเทรด

ตอนนี้ทุกท่านก็คงเริ่มตระหนักแล้วว่าจิตวิทยาการเทรดสำคัญกับเราอย่างไรบ้าง เพราะไม่ฉะนั้นต่อไปนี้เราก็ควรเริ่มหันมาใส่ใจตัวเองให้มากขึ้น สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าจะสังเกตตัวอย่างไรนั้น เรามีขั้นตอนง่ายๆ ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ขณะที่เทรด นั่นแสดงว่าคุณกำลังขาดจิตวิทยาการเทรดแล้ว ควรเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองได้แล้ว 

1.เทรดโดยไม่สนตลาด

  • คือคิดจะออกออเดอร์ตอนไหนก็ออก โดยไม่ได้มีการคิด วิเคราะห์อะไรมาก่อนเลยว่าสมควรออกหรือเปล่า 

2.อยากแก้แค้นเวลาที่เสีย

  • เวลาที่คุณเทรดเสียคุณมีความรู้สึกอยากเอาคืน ก็เลยเพิ่ม Lot สูงๆ เพื่อหวังว่าจะเอาคืนเร็วๆ ถ้าคุณยังทำแบบนี้อยู่ แสดงว่าคุณกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่เต็มทีแล้ว 

3.ไม่ทำตามแผนที่ได้วางเอาไว้ตอนแรก

  • ตอนแรกได้วางแผนเอาไว้อย่างดิบดีแล้ว แต่พอเข้าไปเทรดจริงกลับไม่ทำตามแผน แต่ใช้อารมณ์ตัวเองแทน ถ้าเทรดแบบนี้บอกเลยยังไงก็ไม่มีวันรุ่ง

4.รีบปิดออเดอร์เร็วเกนไป

  • เวลาที่เห็นว่าตัวเองเริ่มได้กำไรเล็กน้อยก็รีบปิดออเดอร์ทันที เพราะกลัวว่าตัวเองจะเสีย นั่นแสดงให้เห็นว่าคุณไม่มีความมั่นใจอะไรเลย มีแต่ความกลัว

5.เทรดมากเกินไป (Overtrading)

  • เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเริ่มหลายๆ ออเดอร์ในวันเดียวแบบมากเกินความจำเป็น นั่นแสดงว่าคุณใจร้อน โลภ และไม่มีแผนการอะไรเลย 

6.ไม่มีสติเวลาที่เทรด

  • จิตใจรู้สึกร้อนรุ่มอยู่ตลอดเวลา เครียด ตัดสินใจไม่ถูก อันนี้คืออาการของคนที่ไม่มีสมาธิในการเทรด เทรดไปก็เสี่ยงที่จะขาดทุนหนักเข้าไปอีก

7.ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้

  • เวลาที่เสียแล้วไม่กล้าที่จะยอมรับว่าตัวเองเสีย ไม่เอามาเรียนรู้อะไรเลย มีแต่ความคิดอยากเอาคืน

จะเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จได้อย่างไร

คนที่จะเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จได้นั้นไม่เพียงแค่รู้จักเทคนิค รู้จักเครื่องมือในการเทรดเท่านั้น แต่ต้องมีจิตวิทยาการเทรดด้วย ถือเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะฉะนั้นถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่อยากประสบความสำเร็จกับการเป็นเทรดเดอร์ ลองเอาเคล็ดลับต่อไปนี้ไปใช้พัฒนาตัวเอง แล้วชีวิตคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

1.ต้องรู้จักตัวเองก่อน

  • อันนี้เป็นเรื่องสำคัญเลย ก่อนอื่นคุณต้องตอบให้ได้ว่าเราเป็นเทรดเดอร์แบบไหน สายไหน เช่น กับ Day Trade หรือ Scalping หรือเป็นสายชอบเทรดยาว 
  • ชอบเทรดสินทรัพย์ประเภทไหน Forex, Crypto หรืออื่นๆ  และไม่ต้องไปเลียนแบบตามคนอื่นก็ได้ ให้เอาที่เหมาะกับเราที่สุดนั่นแหละ

2.มีเป้าหมายในการเทรดชัดเจน

  • ตอบให้ได้ว่าที่คุณเข้ามาเทรดนี้เพื่ออะไร ต้องการอะไร อยากจะหารายได้เสริมหรือจะเทรดให้เป็นรายได้หลัก เป็นต้น
  • ต้องกำหนดเป้าหมายในการเทรดให้ชัดเจน ว่าจะเอากำไรเท่าไหร่ในแต่ละครั้ง เช่น 5% 10% ของเงินทุนในพอร์ต
  • เป้าหมายเหล่านี้จะทำให้คุณไม่ต้องเทรดมั่ว เมื่อทำตามเป้าได้แล้วก็แค่หยุด

3.รักษาวินัยอย่างเคร่งครัด

  • การทำอะไรถ้าขาดซึ่งวินัย บอกเลยสำเร็จได้ยากมาก เพราะฉะนั้นคุณก็ต้องมีวินัยในการเทรดเช่นกัน ต้องบอกตัวเองว่าให้ทำตามแผนเท่านั้น
  • ไม่ว่าสถานการณ์ในตลาดจะดีหรือย่ำแย่ คุณก็ต้องรักษาวินัยของตัวเองเหมือนเดิม อย่าไปเปลี่ยนหน้างาน

4.รู้จักควบคุมอารมณ์ให้เป็น

  • ไม่ว่าสถานการณ์ของตลาดจะเป็นยังไง คุณก็ต้องควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้มั่นคง 
  • เมื่อไหร่ที่คุณควบคุมอามณ์ของตัวเองได้ โอกาสที่จะพลาดก็ย่อมน้อยลง

5.เรียนรู้จากความผิดพลาด

  • ทุกครั้งที่เทรดแล้วเสีย คุณต้องเอามาเป็นประสบการณ์ ว่าควรปรับปรุงเรื่องใดเพิ่มบ้าง
  • เมื่อคุณรู้จุดอ่อนของคุณแค่ปรับตรงจุดนั้นเสีย การเทรดครั้งต่อไปของคุณก็จะไม่เหมือนเดิม

6.วางแผนในล่วงหน้าในการจัดการความเสี่ยง

  • กำหนดว่าคุณสามารถเสียได้มากที่สุดเท่าไหร่ โดยการกำหนด Risk:Reward Ratio ให้ชัดเจนก่อนเทรด เช่น ต้องการ 1:1 หรือ 1:2 หรือ 1:3 ให้กำหนดไว้ล่วงหน้าเลย

สรุปท้ายบท

จิตวิทยาในการเทรดคือหัวใจสำคัญอย่างหนึ่งที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องมี ต่อให้คุณเทรดเก่งแค่ไหน อ่านกราฟเทพแค่ไหน ถ้าควบคุมตัวเองไม่ได้ ไม่มีจิตวิทยาในการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ เชื่อได้เลยว่าโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในเส้นทางของเทรดเดอร์ในระยายาวเป็นไปได้ยากมาก ถ้าคุณลองถามเทรดเดอร์ที่เขาประสบความสำเร็จดูละก็ ก็จะรู้เลยว่าทุกคนมีจิตวิทยาการเทรดที่ดีทั้งนั้น

แหล่งอ้างอิง

  1. www.xspringdigital.com/th/product-knowledge/trading-psychology-controlling-fear-and-greed-is-the-key-to-making-money 
  2. www.ebc.com/th/forex/264855.html 
  3. https://mtrading.com/th/education/articles/forex-basics/forex-market-psychological-traps-th 
  4. https://fbs.co.th/fbs-academy/traders-blog/how-build-trading-confidence 
  5. investing.in.th/content/17918/มาร์ค-ดักลาส-กับวิธีจัดการความกลัวของเทรดเดอร์